ฝึกเล่นคำ ซ้ำอักษร

posted on 19 Jan 2012 23:00 by destiny-ask
ช่วงนี้แทบไม่มีเวลาหายใจแล้ว อ่านหนังสือบ้าพลังมาก เพราะไม่อยากไปไล่อ่านช่วงใกล้สอบ กลัวเครียด แต่ทำไมพอตั้งใจจะมาอ่านล่วงหน้าแล้วเครียดขึ้นวะคะเนี่ย = =" คิดว่าคงเป็นเพราะเราแบ่งเวลาไม่ดีเองมากกว่า
 
เอาเถอะ สิ่งที่จะพูดในบล้อกนี้ไม่เกี่ยวอันใดกับเรื่องที่เราจะเขียน คือเราฝึกเล่นคำซ้ำอักษรตามชื่อเอนทรี่นั่นแหล่ะ (หึหึ) ไม่ใช่คนแต่งกลอนเป็นกิจวัตรหรอกนะ แต่ช่วงหลัง ๆ มานี้มีแต่คนกลอนเข้ามาในชีวิตเรา ปลายเดือนธันวาไปค่ายพัฒนาชุมชนของ BBA จุฬาฯ มา ใครจะไปรู้ว่าเด็ก BBA จุฬาฯ จะแต่งกลอนได้เก่งขนาดนั้น (มีแต่งกลอนอ่านให้ฟังทุกวันเลย เพราะด้วยนะ..) แถมอาทิตย์ที่แล้วก็ไปร่วมงานเกียรตินิยมวรรณศิลป์ ของชมรมวรรณศิลป์จุฬาฯ ในฐานะพิธีกร(จำเป็น..) เดี๋ยววันหลังจะมาเล่าประสบการณ์ให้ฟังอีกรอบนะคะ
 
อะแฮ่ม ร่ายมาก็ยาวแล้ว อ่านกลอนที่เรากลั่นออกมาจากความเครียดกันดีกว่านะ (เราชอบมันนะ ถึงความหมายจะออกแนวมองโลกในแง่ร้ายไปหน่อย...) จุดประสงค์คือการ
 
 
"โรยราร้าวรอนอ่อนแรง"
 
โอชีวิตในเมืองใหญ่
ไยจึงรีบร้อนหนักหนา
ตาต่างแลทางข้างหน้า
มิหันหาสิ่งรอบกาย
รีบเร่งร้ายแรงรุดร้อน
ผัดผ่อนผิดแผกแยกสาย
ผู้คนร้อนรนใจกาย
หมายมาดมุ่งมั่นครั่นคร้าม
วิ่งแรงยื้อแย่งแข่งขัน
ล้มพลันเหยียบซ้ำหยาบหยาม
จึ่งสูญสิ้นความพยายาม
ร้องหาความหมายเลือนราง
น้ำตาไหลรินเผาะผล็อย
ถดถอยด้วยถูกถากถาง
น้ำใจไปไหนไกลทาง
นึกพลางลาลับดับไป
 
--ตัดมาจากไดอารี่--
 
-6 ม.ค. 2555 : ฉันเดินเร็ว ๆ เร่งอีกนิดก็เรียกว่าวิ่งได้แล้ว คนรอบกายฉันก็รีบร้อนไม่ต่างกัน ไม่่มีใครมองใครเลย ทุกคนมองแต่ข้างหน้า วิ่งไปให้ถึงประตูรถไฟฟ้า ก่อนที่ประตูรถจะปิด แล้วต่างจับจองที่นั่งบนรถไฟฟ้า เอ๊ะ นั่นเด็กตัวเล็ก ๆ ขึ้นรถไฟมา ทำไมไม่มีใครลุกให้เลยล่ะ
 
-2 ธ.ค. 2554 : ใกล้สอบแล้ว อ่านหนังสือก็ไม่ทัน ขอความช่วยเหลือใครก็ไม่ได้ ทำไมทุกคนไม่ยิ้มเลย ความสุขในชีวิตมันไปไหนหมดนะ...
 
แต่ไอ้ถูกเหยียดหยามเนี่ย ไม่เคยเจอนะคะ (ไม่อยากเจอด้วย อุงิ) มันกลั่นมาจากความคิดไปเองอ่ะนะ แค่คิดว่า เราต้องทำตัวเองให้ดี ทำความดีเยอะ ๆ จะได้ไม่มีใครมาเหยียดหยามเราได้
 
เราเป็นทาสความคิดที่ว่า "โลกใบนี้มีคนทุกแบบ เพียงแต่ว่าเราจะเจอคนแบบไหน" ตลอดชีวิตเราเจอแต่คนดี น่ารัก ประเสริฐ ฯลฯ ยังไม่เคยเจอใครที่ "ทำตัวทุเรศ" อย่างที่เห็นในหนังละคร หรืออ่านเจอในหนังสือ (ดีแล้ว เจอแต่คนดี ๆ แบบนี้ต่อไปนะ =w=)  
 
เพราะฉะนั้น เราก็เลยคิดว่า สถานการณ์โลกบิดเบี้ยวมันก็คงจะเกิดขึ้นในบางมุมของสังคมเราบ้าง กับใครสักคนที่โชคร้ายต้องพบต้องเจอกันอะไรร้าย ๆ เช่นนั้น อาจโดนเหยียบหยามจนไม่สามารถจะลุกมาสู้กับอะไรได้อีก (อาจจะตลอดไป หรือถ้าคนนั้นเข้มแข็งหน่อย คงใช้เวลาฟื้นฟูตัวเองไม่นาน) 
 
สองวันมานี้กลับมาสวดมนต์ก่อนนอน (นะโม + ชินบัญชร + แผ่เมตตา) รู้สึกโชคดีขึ้นมาทันทีทันใดไม่รู้สิ แต่รู้สึกดีจัง คงจะสวดต่อไป ถ้าไม่กลับบ้านแล้วสลบเหมือด จริง ๆ แล้วพยายามจะนั่งสมาธิด้วย แต่ข้องใจทุกทีเวลานั่งแล้วขาชา เพราะเคยมีคนบอกเราว่าพระพุทธเจ้าท่านบอกว่าท่านั่งนี้คือท่าที่สบายที่สุด มันสบายตรงไหนคะท่าน ="= สงสัยสองพันห้าร้อยห้าสิบห้าปีที่แล้วยังไม่มีเก้าอี้นั่งกระมัง... บางคนก็บอกว่านั่งขัดสมาธิเนี่ยทำให้เราตัดกิเลสฝึกจิตใจ  เริ่มออกนอกเรื่องแล้ว
 
ว๊ากก ดึกแล้ว เราต้องรีบนอนแล้ว ไม่อย่างนั้นจะนอนไม่หลับและเรียนไม่รู้เรื่องในวันถัดไป (ไม่อยากจะเชื่อเลยว่าเทอมนี้ต้องเรียนตั้ง 6 วัน!! เอาวันเสาร์ของหนูคืนมาาาา)
 
 
 
 

เพลงในความทรงจำ

posted on 18 Dec 2011 16:03 by destiny-ask
บางคนอาจจะถามว่า ไอ้ฟ้า แกฟังเพลงไทยด้วยเรอะ!!? ฟังค่ะ ฟัง  แต่ฟังเฉพาะเพลงที่ความหมายโดนใจจริง ๆ ทำนองไม่แย่ระคายหูมาก ส่วนใหญ่เราจะจัดความไพเราะของเพลงตามเนื้อหามากกว่า ถ้าฟังแล้วรู้สึกดี ก็จะชอบมาก ถ้าเป็นเพลงไทยนะ แต่ถ้าเพลงภาษาต่างประเทศก็ใช้อีกเกณฑ์นึง (ไม่มีเพลงไทยที่ฟังเข้าหูจนต้องเก็บมาสักพักแล้ว...ช่วงนี้ก็เลยฟังเพลงญี่ปุ่นมากกว่า)
 
เอาเถอะ...ถ้าใครรู้จักเราจะรู้ว่า เราเขียนไดอารี่มาห้าสิบกว่าเล่มแล้ว เขียนมาตั้งแต่อยู่ประถม อวดก่อน อวด ๆ 
 
 
ใช่แล้ว ที่กองอยู่นี่คือไดอารี่ทั้งหมด และเล่มล่าสุดก็คือเล่มห้า (ภาคสี่ ชีวิตมหาลัย) เดี๋ยววันหลังจะเขียนเรื่องไดอารี่โดยเฉพาะ...​มันเป็นอะไรที่เราประทับใจมากเลยล่ะไดอารี่ของเรา และมันก็ได้ได้เป็นแค่ไดอารี่ด้วย...
 
อ่ะนะ คือบล้อกนี้ไม่ได้จะพูดถึงไดอารี่โดยตรงหรอก แต่เหตุมันเกิดเพราะไดอารี่ พอดีวันก่อนทำกองไดอารี่ล้ม แล้วแผ่นซีดีในไดอารี่เล่มนึงก็กระเด็นออกมา ห่อกระดาษแข็งสีชมพูไว้ เราเห็นก็เลยนึกได้ว่า ตอนอยู่ม.๒ เคยไรท์เพลงใส่แผ่นแนบไดอารี่ไว้ฟัง ก็เลยเอามาเปิดฟัง
 
ปรากฏว่า ผ่านมาตั้งห้าปีกว่าแล้ว เพลงพวกนี้เราฟังแล้วก็ยังเพราะ โหยยยย มันคือเพลงในใจจริง ๆ ก็เลยทำภารกิจตามหาชื่อเพลง และเอามาอัพใส่บล้อกไว้ นึกถึงวันก่อน ๆ 
 
ว่าแต่ว่า ทำไมมันมีแต่เพลงผู้ชายฟระ
 
 
1. หากันจนเจอ
ศิลปิน : กบ ทรงสิทธิ์ & กบ เสาวนิตย์
 
 
 
[spoiler]
สิ่งที่ฉันหวัง สิ่งที่ฉันคอย
อาจดูเหมือนเลื่อนลอย เกือบจะฝันไป
มองหาคนๆหนึ่ง ที่ไม่รู้เป็นใคร
และไม่รู้เมื่อไหร่ จะพบคนผู้นั้น

ส่วนชีวิตฉัน บอกเลยว่ามี
เจอะคนที่แสนดี อยู่ทุกๆวัน
เพียงแค่ไม่มีใคร ที่จะฝันตรงกัน
แต่ว่าฉันมั่นใจ จะพบในไม่ช้า

อาจบางทีในเมืองกว้างใหญ่
หมอกและควันช่วยกันพรางตา
มีขอบรั้วขอบกำแพงสร้างมา
ตึกระฟ้าคอยบังเราอยู่

แต่เราก็หากันจนเจอ
มันนานแค่ไหนที่คอยเธอมา
รู้สึกไหมว่าชีวิตคุ้มค่า
เมื่อมีใครสักคนข้างกาย
เกิดมาเพื่อหาใครคนหนึ่ง
เป็นคนที่ฟ้าสร้างมาตรงใจ
เราต่างรู้โลกมันแสนกว้างใหญ่
แต่มันคงไม่ยากเกินไป
ที่ฉันจะพบเธอ

อาจมีสักครั้งที่เราสองคน
ผ่านทางที่วกวน อยู่ใกล้ๆกัน
ใบไม้เพียงใบหนึ่ง หล่นตอนที่เดินผ่าน
ฉันคงจะมองมัน เมื่อเธอเดินผ่านมา

อาจบางทีในเมืองกว้างใหญ่
หมอกและควันช่วยกันพรางตา
มีขอบรั้วขอบกำแพงสร้างมา
ตึกระฟ้าคอยบังเราอยู่

แต่เราก็หากันจนเจอ
มันนานแค่ไหนที่คอยเธอมา
รู้สึกไหมว่าชีวิตคุ้มค่า
เมื่อมีใครสักคนข้างกาย
เกิดมาเพื่อหาใครคนหนึ่ง
เป็นคนที่ฟ้าสร้างมาตรงใจ
เราต่างรู้โลกมันแสนกว้างใหญ่
แต่มันคงไม่ยากเกินไป
ที่ฉันจะพบเธอ
[/spoiler]
 
2. เข็มซ่อนปลาย
ศิลปิน : หวิว 
 
 
[spoiler]
ขอ ขอเคลียร์กับเธอสักหน่อย
บอกเขาให้คอย รออยู่ตรงนั้น
ไหน ที่เธอบอกว่ารักกัน
แล้วที่เธอทำแบบนี้หมายความว่าไง

จับมือเขา โอบกอดเขา เหมือนที่เราเคยๆ
ที่เธอทำมันทิ่มตา มันแทงใจฉันเหลือเกิน
ตอบได้ไหมว่ามันเกิดอะไร

ไหนใครบอกว่ารัก ไหนใครบอกไม่ทิ้ง
รักใครรักจริง แล้วทำแบบนี้เพื่ออะไร
ฉันเองก็เพิ่งรู้ว่าเธอเป็นดังเข็มที่ซ่อนปลาย
เก็บมันไว้ข้างใน หลอกให้ไว้ใจ
ฉันเผลอเธอก็แทง ทำกันได้ลง

ขอ แค่เธอบอกกันสักคำ
ว่าจะทิ้งกัน ฉันก็ไม่ขวาง
รู้ ถ้าเราจะต้องแยกทาง
ไอคนที่เจ็บปางตายคงไม่ใช่เธอ

จับมือเขา โอบกอดเขา เหมือนที่เราเคยๆ
ที่เธอทำมันทิ่มตา มันแทงใจฉันเหลือเกิน
ตอบได้ไหมว่ามันเกิดอะไร

ไหนใครบอกว่ารัก ไหนใครบอกไม่ทิ้ง
รักใครรักจริง แล้วทำแบบนี้เพื่ออะไร
ฉันเองก็เพิ่งรู้ว่าเธอเป็นดังเข็มที่ซ่อนปลาย
เก็บมันไว้ข้างใน หลอกให้ไว้ใจ
ฉันเผลอเธอก็แทง ทำกันได้ลง

ไหนใครบอกว่ารัก ไหนใครบอกไม่ทิ้ง
รักใครรักจริง แล้วทำแบบนี้เพื่ออะไร
ฉันเองก็เพิ่งรู้ว่าเธอเป็นดังเข็มที่ซ่อนปลาย
เก็บมันไว้ข้างใน หลอกให้ไว้ใจ
ฉันเผลอเธอก็แทง เข้าที่หัวใจ
[/spoiler]
 
3. เสียงที่ไม่ได้ยิน
ศิลปิน : sound walker
 
 
[spoiler]
เธอคงไม่รู้เลย ไม่เคยจะเข้าใจ
ในความเปลี่ยนไปที่ฉันมี
เรายังอยู่ใกล้กันดั่งเพื่อนที่แสนดี
เธอคงรู้สึกแค่นั้น

เพราะฉันซ่อนมันไว้ข้างใน ฮืมๆๆ
ความในใจที่ตัวฉันมี
ไม่เคยบอกให้เธอได้ฟังสักที
คำๆนี้ที่ดังอยู่ก้องในใจ

เสียงที่เธอนั้นไม่ได้ยิน
หัวใจฉันพูดกับเธอ ทุกทีที่พบ...ที่ได้เจอ
ฉันรู้ว่าเธอไม่เคยจะสัมผัสถึง...ในใจฉัน
มันเปลี่ยนไปแล้วคำว่าเพื่อน

เธอคงไม่เข้าใจ ฉันเองก็รู้ดี
บางทีที่มาใกล้ชิดกัน
เธอคงไม่คิดเกิน เกินคำว่าเพื่อนกัน
ฉันพอเข้าใจฉันรู้

เพราะฉันซ่อนมันไว้ข้างใน ฮืมๆๆ
ความในใจที่ตัวฉันมี
ไม่เคยบอกให้เธอได้ฟังสักที
คำๆนี้ที่ดังอยู่ก้องในใจ

เสียงที่เธอนั้นไม่ได้ยิน
หัวใจฉันพูดกับเธอ ทุกทีที่พบ...ที่ได้เจอ
ฉันรู้ว่าเธอไม่เคยจะสัมผัสถึง...ในใจฉัน
มันเปลี่ยนไปแล้วคำว่าเพื่อน

เสียงที่เธอนั้นไม่ได้ยิน
หัวใจฉันพูดกับเธอ ทุกทีที่พบ...ที่ได้เจอ
ฉันรู้ว่าเธอไม่เคยจะสัมผัสถึง...ในใจฉัน
มันเปลี่ยนไปแล้วคำว่าเพื่อน

มันเปลี่ยนไปแล้วคำว่าเพื่อน
[/spoiler]
 
4. พรหมลิขิต
ศิลปิน : บิ๊กแอส
 
 
 
[spoiler]
เหม่อมองบนฟ้าไกล จ้องมองด้วยความสงสัย
ว่าใครกันนะใคร ที่พาให้เธอเดินหลงทางมาเจอกับฉัน

มีคนเป็นล้านคน ช่างไร้เหตุจริงๆ ที่เราเจอกัน
จากเป็นคนที่ไม่เชื่ออะไร สุดท้ายก็ได้แต่ถามตัวเองซ้ำๆ

ตกลงคือพรหมลิขิตใช่ไหม ที่เขียนให้เป็นอย่างนั้น
ตกลงให้เรารักกันใช่มั้ย อย่างนั้นขอได้ หรือไม่
โปรดอย่าทำให้เราพลัดพราก
ให้เรารักกัน เนิ่นนานถึงจนวันตาย โอ้วโอว
ฉันขอได้ไหม

เมื่อก่อนลมหายใจ ก็คิดว่าเป็นของฉัน
แต่พอไดด้พบเธอ เพิ่งรู้จริงๆ ลมหายใจคือเธอเท่านั้น

มีคนเป็นล้านคน ช่างไร้เหตุผลจริงๆ ที่เราเจอกัน
จากเป็นคนที่ไม่เชื่ออะไร สุดท้ายก็ได้แต่ถามตัวเองอีกครั้ง

ตกลงคือพรหมลิขิตใช่ไหม ที่เขียนให้เป็นอย่างนั้น
ตกลงให้เรารักกันใช่มั้ย อย่างนั้นขอได้ หรือไม่
โปรดอย่าทำให้เราพลัดพราก
ให้เรารักกัน เนิ่นนานถึงจนวันตาย โอ้วโอว
ฉันขอได้ไหม

ีคนมีอีกเป็นล้านคน ไม่มีเหตุผล ที่เธอต้องเลือกฉัน
จากเป็นคนที่ไม่เชื่ออะไร สุดท้ายก็ได้แต่ถามตัวเองอีกครั้ง

ตกลงคือพรหมลิข