Cold Call - Case study

posted on 02 Jan 2010 13:25 by destiny-ask

ในฐานะันักเรียนคนหนึ่งที่มีความใฝ่ฝันจะเข้าเรียนคณะบัญชี-บริหาร เรารู้สึกว่าเราโชคดีมากที่เจอบทความนี้ เลยเอามาลงบล้อกไว้เพื่อเก็บตัวอย่างและเผยแพร่ความรู้จ้ะ

 

ขอบคุณ บทความเรื่องCold Call ของดร.สิระ สุทธิคำ จาก www.englishthailand.com ค่ะ ที่นี่เขามีสอนภาษาอังกฤษฟรี ๆ ด้วยนะคะ ตามไปสมัครเรียนได้เลย ^^

 

 Cold Callคืออะไร

คือ การที่อาจารย์เรียกผู้เรียนทำการเปิด case (สรุปเรื่องราวที่ได้อ่านในคืนก่อน) และในบางครั้งในแสดงความคิดเห็นเพิ่มเติมเกี่ยวกับ case การเรียนในลักษณะกรณีศึกษานี้เดิมทีเป็นเอกลักษณ์ของ การเรียนที่โรงเรียนกฎหมาย ซึ่งต้องการให้ผู้เรียนสามารถรับรู้ข้อมูลจำนวนมากจากเหตุการณ์ในอดีตและ สามารถนำประสบการณ์จากผู้เขียนกรณีศึกษาและการได้ discuss ในห้องเรียนไปใช้ งานจริงเมื่อมาทำงานในสำนักงานกฎหมาย ในปัจจุบันการเรียนดังกล่าวได้มีการนำมาใช้อย่างแพร่หลายใน B-School หรือโรงเรียนทางด้านบริหารธุรกิจเพราะจะสามารถให้ผู้เรียนสามารถเก็บเกี่ยวประสบการณ์บริหารได้อย่างรวดเร็ว

 

เมื่อ นักเรียนท่านแรกได้กล่าวสรุป case เป็นที่เรียบร้อยแล้ว อาจารย์ก็อาจจะ cold call นักเรียนคนที่สองว่าคิดอย่างไร จากนั้นอาจารย์ก็มักจะถามทั้งห้องว่ามีใครที่ไม่เห็นด้วยและเปิดโอกาสให้แสดง เหตุผล ซึ่งในหลายวิชา, การมีส่วนร่วมในห้องเรียนและแสดงความเห็นจะมีผลต่อคะแนนในเทอมนั้นอาจจะมาก ถึง 60% ซึ่งมากกว่าการทำข้อสอบและเขียน paper รวมกันก็ได้ครับ และการเรียนลักษณะดังกล่าวอาจจะทำให้นักเรียนต่างชาติหลายคนมีปัญหาและได้รับคะแนนน้อยในวิชาดังกล่าวได้

ประโยชน์ของ cold call คืออะไร?
โดย ส่วนตัวแล้วผมเห็นด้วยกับวิธีการเรียนหนังสือที่มีการใช้ cold call มาเป็นส่วนผสม เนื่องจากการเรียนการสอนในลักษณะดังกล่าวสามารถทำให้นักเรียนมีส่วนร่วมใน การเรียนได้อย่างมาก
เพราะ การเรียนของ ผู้ใหญ่(ปริญญาโทหรือปริญญาเอก)นี้ บทเรียนก็มาจากความคิดของทั้งเพื่อนร่วมห้องและอาจารย์ นอกจากนั้นห้องเรียนที่มีการ cold call ก็จะเป็นการ “กึ่ง” บังคับให้ผู้เข้าเรียนเตรียม ตัวมาก่อน เข้าเรียน ไม่ใช่มาเป็นเพียงแค่ “ผู้นั่งฟัง” เท่านั้น เราจะเห็นได้ว่าการเรียนโดยมี discussion นี้จะส่งเสริมให้มีความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ เปิดโอกาสให้เราฝึกฝนทักษะในการเสนอผลงาน, หัดทักษะในการเข้าของประชุม รวมทั้งฝึกทักษะการรับฟังความคิดเห็นของผู้อื่น หากนำ cold call มาใช้ได้อย่างถูกต้องและผู้เรียนมีความตั้งใจ การเรียนการสอนที่มี cold call นี้จะสนุกมากครับ (ไม่มีคนหลับแน่นอนครับ)

 

เทคนิคการเรียน

 ผู้ที่จะได้คะแนนสูงจากการเรียนที่มีการ cold call ควรปฏิบัติตัวดังนี้

ต้อง อ่าน หนังสือล่วงหน้าก่อนค่อนข้างเร็ว อ่านเพื่อจับประเด็นใหญ่โดยดูหัวข้อหรือเป้าประสงค์ของการเรียนในครั้งนั้น อย่างเพิ่งสนใจในรายละเอียด

ควรจะ form กลุ่มเพื่อ discuss case ดังกล่าวก่อนเข้า “สนามรบ”

คน ที่จะได้ คะแนนสูงไม่จำเป็นต้องเป็นผู้ที่พูดมากที่สุด “พูดน้อย ต่อยหนัก” น่าจะสร้างความประทับได้ดีที่สุด พูดซัก 10-15% ของจำนวนครั้งเรียน

เตรียม 2-3 cases เป็นพิเศษที่จะเสนอเรื่องราวเป็นพิเศษ และอาสาที่จะ comment เมื่ออาจารย์ถามห้องเรียน

ใน วันที่เรา พร้อมให้นั่งที่ระดับสายตาของอาจารย์จะได้มีโอกาสได้รับการเลือกให้พูดมาก ขึ้น และถ้าอาจารย์ถนัดขวาให้นั่งด้านซ้ายมือของอาจารย์เพราะจะเป็นตำแหน่งที่มี โอกาสที่อาจารย์จะเห็นเราได้ชัดสูงเมื่ออาจารย์หันกลับจากการเขียนกระดาน และในวันที่ไม่พร้อมให้ทำสิ่งที่ตรงกันข้าม 555

อย่าลืมทำบันทึกว่าเราได้พูดในวันไหนบ้างและให้คะแนนตัวเองทุกครั้งหลังการเรียนเพื่อจะทำให้เรารู้สึกกระตือลือร้นครับ

ฝึก อ่านไว (spead reading), ทักษะการเสนอผลงาน (presentation skill) และ ทักษะการพูดในที่สาธารณะ (public speaking) อาจจะเป็นทักษะพื้นฐานที่จำเป็นสำหรับการเรียนหนังสือที่มี case studies เป็นส่วนประกอบค่อนข้างมากครับ

 

แย่ล่ะ skill ทั้งสามนั้นข้าน้อยด้อยมาก ต้องเริ่มฝึกแล้ว

ถึงการเรียนแบบนี้จะดูน่ากลัว แต่เราว่าแล็บกริ๊งของคณะวิทย์สุขภาพทั้งหลายน่าหวาดหวั่นกว่านะ - -

สวัสดีปีใหม่

posted on 01 Jan 2010 09:34 by destiny-ask

ปีเก่าผ่านไป ปีใหม่เข้ามา

 

แต่เราก็ยังเป็นเราคนเดิม

 

เมื่อวานจู่ ๆ น้องสาวก็มาถามว่า "ฟ้าตั้งเป้าอะไรไว้ในปีหน้า"

 

เราก็ตอบว่า "ไม่ได้ตั้งอะไรไว้เป็นพิเศษ" ที่ตอบแบบนี้ก็เพราะ ปกติเราจะวางแผนให้ชีวิตประจำวัน ประจำอาทิตย์อยู่แล้ว แต่ไม่ใช่เป็นปี เพราะการตั้งเป็นปีทำให้เราเสียกำลังใจ เพราะมันดูเหมือนเป็นเป้าหมายที่ไร้จุดสิ้นสุด ทำยังไงก็ไม่บรรลุสักที

 

แต่ปีนี้น่าจะตั้งบ้างดีกว่า เพราะคนเขาว่ากันว่า การที่คนเราจะพัฒนาได้ ต้องเปรียบเทียบกับตนเองในปีที่แล้ว

 

(ขอบคุณแบบฟอร์มจากบล้อก กัณฐ์ จ้า)

 

 

เป้าหมายปี 2553


[ ประจำวัน ]

-รู้จักทำในสิ่งที่ถูกที่ควร ห้ามตัวเองได้ในสิ่งที่รู้ว่าไม่ควร แล้วก็บังคับตัวเองให้ทำในสิ่งที่ควรได้ด้วย โตแล้ว รู้จักควบคุมตัวเองได้แล้ว

-นั่งสมาธินิ่ง ๆ ได้ถึงหนึ่งชั่วโมง

 

[ สุขภาพ ]

-ตื่นตีสาม นอนสามทุ่มในวันปกติ ส่วนวันไม่ปกติก็ขอให้นอนให้พอหกชั่วโมงด้วย

-ออกกำลังกายตามที่วางแผนไว้ได้

-กินน้ำวันละ 1 ขวด (600 มล.)

 

[ การศึกษา ]  

-สอบติดบัญชีธรรมศาสตร์ได้ทุนเรียนด้วยยิ่งดี 

-ติวเพื่อนให้ติดแพทย์ได้สักสองสามคน

-มีวินัยอ่านหนังสือนะจ๊ะ

-อ่านหนังสือ "กองนั้น" ให้จบทั้งหมด

 

[ ท่องเที่ยว ]

-รู้จักไปต่างจังหวัดได้เองตามลำพัง

-พูดภาษาอังกฤษได้คล่อง คุยกับคนต่างชาติได้เป็นธรรมชาติ


[ เว็บบล็อคและอินเตอร์เน็ต ]

-ได้เพื่อนใหม่เพิ่มขึ้น และรักษามิตรภาพออนไลน์เอาไว้ให้ได้

-เขียนบล้อกที่มีสาระ ไม่อัพเลว

-รู้ข่าวสารกว้างขวางขึ้นจากอินเตอร์เน็ต

 

 

สุขสันต์วันปีใหม่นะคะทุกคน ขอให้ใครก็ตามที่เข้ามาในบล้อกนี้วันนี้มีแคล้วคลาดจากอุบัติเหตุและโรคภัยไข้เจ็บตลอดปีค่า ^^

edit @ 1 Jan 2010 09:55:02 by kurobina

vocaloid only event

posted on 31 Dec 2009 22:29 by destiny-ask

ข่าวมานานแ้ล้วจ้ะ แต่เราพึ่งเห็น 

 

จะไปให้ได้เลยล่ะ ^^

 

http://vocaloid-only.exteen.com